Tag เรียน"วิศวกรรมซอฟต์แวร์ และ ความรู้" อย่างคนมีกึ๋น
posted on 02 Oct 2008 15:38 by ske3ยินดีต้อนรับน้องๆที่จะเข้ามาในสาขาวิศวกรรมซอฟต์แวร์ และ ความรู้ครับ เป็นสาขาใหม่ที่แยกออกมาจากวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ครับ และสอนเป็นภาษาอังกฤษ เพิ่อเตรียมให้น้องๆเป็นนักวิจัยด้านวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ต่อไปครับ ที่แห่งนี้จะมีพีๆมาตอบคำถามๆน้องๆครับ
Software and Knowledge engineering
สำหรับ วิศวซอฟแวร์
และ ความรู้ เป็นส่วนหนึ่งของคณะ วิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชา คอมพิวเตอร์
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน
เป็นโครงการภาคภาษาอังกฤษของทางคณะ ซึ้งต้องการความแตกต่างจากภาค
วิชาที่มีอยู่เดิม โครงการวิศวภาคภาษาอังกฤษ ประกอบไปด้วย
Electro-Mechanical, Industrial, Mechanical and Software and Knowledge
(ซอฟแวร์และความรู้)
ความแตกต่างระหว่าง วิศวซอฟแวร์และความรู้ กับ วิศวกรรมคอมพิวเตอร์คือ
วิ
ศวซอฟแวร์และความรู้นั้น จะไม่ได้เรียน วิชาที่เกี่ยวกับเรื่องElectronic
เหมือน วิศวคอมพิวเตอร์ เช่นวิชา Digital Systems Design และ Introduction
to Electrical Engineering เป็นต้น เพราะว่าโครงการนี้จะ
เน้นไปทางด้านพัฒนาซอฟแวร์เท่านั้น แต่วิศวซอฟแวร์และความรู้
จะมีวิชาใหม่ ซึ้งเป็นวิชาเฉพาะ ของ โครงการนี้เช่น Software and
Knowledge Engineering Economics และ Programming Languages อย่างไรก็ตาม
ทั้งสองโครงการนี้จะ เรียนวิชาบางวิชาที่เหมือนกัน
เพราะว่าวิชานั้นอาจจะเป็นวิชาพื้นฐานของวิชาคอมพิวเตอร์ เช่น Theory of
Computation , Discrete Mathematics และ Algorithm Design and Analysis
เป็นต้น
ความแตกต่างระหว่าง วิศวซอฟแวร์และความรู้ กับวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ คือ
โครงการ
ของเรานั้น จะเน้น เรื่องการนำมาใช้ของ Theory ต่างๆ เพื่อนำไปสู่
การพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ต่างๆ
แต่วิทยาศาสตร์คอมจะเน้นไปด้านการหาองค์ความรู้ใหม่ทางด้านคอมพิวเตอร์
ความแตกต่างระหว่างสองสายวิชา
สายวิศวกรรมซอฟแวร์
จะเน้นไปทางด้านพัฒนาโปรแกรม เป็นหลัก ผู้ที่เรียนในสายวิชานี้ จะได้เรียนรู้การ สร้างโปรแกรมเป็นทีม เรียนรู้ด้านขั้นตอนการพัฒนาโปรแกรม วิเคราะห์วิจัย ปัจจัยต่างๆในการเขียนโปรแกรม เพื่อที่จะทำให้โปรเจคต่างๆเป็นไปได้อย่างราบรื่น รวมไปถึงความสามารถในการเขียนโปรแกรมขั้นสูง เช่น Object Oriented programming และ Design Pattern
สายวิชา วิศวกรรมความรู้
จะเป็นสายที่พัฒนา หรือรวบรวมองค์ความรู้ต่างๆ เพื่อการพัฒนาโปรแกรม เช่น
ความต้องการของลูกค้าในด้านการใช้งาน รูปแบบการใช้งาน เช่น
โปรแกรมสำหรับบัญชี เราก็ต้องศึกษาถึงการทำบัญชี
เพื่อเป็นข้อมูลในการทำโปรแกรม เพราะฉะนั้น ผู้ที่เรียนวิชาในส่วนนี้จะ
เป็นผู้รวบรวมข้อมูลเพื่อให้ โปรแกรมเมอร์เขียนโปรแกรมได้ง่ายขึ้น เป็นต้น
ถามตอบปัญหา
Q: ถ้าเรียนจบแล้วจะได้ปริญญา ของวิศวกรรมศาสตร์หรือเปล่าครับ
A: สำหรับโครงการนี้น้องจะได้ ว.ศ.บ.ซอฟแวร์และความรู้
Q: ค่าเรียนแพงไหมครับ
A: ค่าเรียนเทอมละ หกหมื่นบาท ค่าหนังสือ แล้วแต่ว่าจะเลือกซื้อหรือ ยืมรุ่นพี่หรือห้องสมุด ถ้าซื้อหมดทุกเล่มในบางเทอมก็สามพันบาท
Q: มีทุนการศึกษาหรือเปล่าครับ
A: ทางคณะได้มีทุนสำหรับผู้เรียนดี
ที่ได้ เอ อย่างน้อยห้าวิชา (วิชาที่มีหน่วยกิจเกินหนึ่งหน่วย) และ
รวมหน่วยกิจ ที่ได้เอ ทั้งหมดเกิน สิบสองหน่วย
จะได้รับส่วนลดค่าเทอมของเทอมต่อไป และมีทุนอื่นๆอีก
ที่น่าสนใจคือทุนแบงก์ชาติ ที่จะให้สิทธิ
สำหรับผู้ที่ติดหนึ่งในห้าของโครงการมีสิทธิ เข้าร่วมคัดเลือกรับทุน
Q: การเรียนยากหรือ ง่ายกว่าภาคภาษาไทย
A:
การเรียนการสอนส่วนมากจะเหมือน ภาควิชาภาษาไทยในด้านเนื้อหา ต่างๆ
เพื่อความเป็นมาตรฐานเดียวกัน แต่จะมี
ความยากกว่าตรงที่เนื้อหาจะเป็นภาษาอังกฤษส่วนมาก แต่น้องๆ
จะมีปัญหาในอาทิตย์แรกๆ ของการเรียนเท่านั้น
Q: ไม่เก่งภาษาอังกฤษเรียนได้หรือเปล่า
A: เรียนได้ครับ เพราะว่าเพื่อนพี่บางส่วนก็ไม่ได้เก่ง ภาษาอังกฤษ มาก แต่ก็สามารถ เรียนได้เข้าใจและรู้เรื่องเป็นอย่างดีครับ
Q: มีความจำเป็นต้องมี เครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุค หรือเปล่าครับ
A:
ไม่มีความจำเป็นครับ
เพราะว่าทางคณะได้มีเครื่องคอมพิวเตอร์จัดไว้อย่างเพียงพอ และ ทางภาควิชา
ที่ห้องคอมพิวเตอร์ ให้นิสิตใช้งานได้ครับ แต่ถ้ามีโน้ตบุคก็จะสะดวกหน่อย
ตรงที่ว่าน้องจะทำงานได้ทุกที่ในคณะ เพราะว่าในคณะ จะมีโต๊ะที่มีปลั๊กไฟ
เพื่อให้นิสิตได้ใช้งาน และ มีwireless network เพื่อนิสิตในการ
ท่องinternet และส่งการบ้านครับ
Web sites
โครงการวิศวกรรมศาสตร์ ภาคภาษาอังกฤษ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน
http://iup.eng.ku.ac.th
ภาควิชา คอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน http://www.cpe.ku.ac.th/new_design/
อะไรคือวิศวกรรมความรู้? (หลายคนอาจจะงงกับชื่อวิศวกรรมความรู้ มันคืออะไร?)
วิศวกรรมความรู้ (knowledge engineering) เป็นแขนงย่อยอันหนึ่งของปัญญาประดิษฐ์ (artificial intelligence) ที่เกี่ยวกับการรับ, การแสดงและการใช้ความรู้ของมนุษย์ในรูปของสัญลักษณ์ ความรู้ของมนุษย์นั้นนอกจากจะอยู่ในรูปของความสามารถในการให้ข้อเท็จจริง ต่างๆ แล้วยังรวมถึงความสามารถในการคิดตามเหตุผล (reasoning) หรือการอนุมาน (inference) ด้วยถ้าการปฏิบัติทางอุตสาหกรรมเป็นการแทนแรงด้วยเครื่องจักร และการปฏิบัติคอมพิวเตอร์เป็นการแทนการคำนวณด้วยเครื่องจักรแล้ว วิศวกรรมความรู้ก็คือได้ว่าเป็นการแทนการอนุมานด้วยเครื่องจักร
คน ที่ใช้คำว่า “ วิศวกรรมความรู้ ” เป็นคนแรกเชื่อกันว่าเป็นศาสตราจารย์ E.A. Feigenbaum แห่งมหาวิทยาลัย Stanford ซึ่งใช้ในการประชุมทางวิชาการสาขาปัญญาประดิษฐ์เมื่อปี ค.ศ. 1977 เป้าหมายหลักของวิศวกรรมาความรู้คือความต้องการสร้างระบบ ( ซอฟต์แวร์) คอมพิวเตอร์ที่ใช้งานได้จริงๆ สำหรับแก้ปัญหาที่ยุ่งยากซับซ้อน ซึ่งวิธีการประมวลผลแบบที่มีมาไม่สามารถใช้แก้ได้ ปัญหาที่จะแก้นั้นก็ไม่ใช่ปัญหาเด็กเล่นเช่น เกมต่างๆ ที่นักค้นคว้าปัญญาประดิษฐ์ในยุดต้นๆ ชอบแก้กัน นอกจากนั้นก็ไม่ใช่ปัญหาที่มีขอบข่ายกว้าง แต่ปัญหาเฉพาะในโลกจริงที่มีขอบข่ายแคบอย่างเช่น การตรวจโรคติดเชื้อในเลือด หรือการออกแบบระบบคอมพิวเตอร์ให้เข้ากับความต้องการของลูกค้า ปัญหาเหล่านี้ถึงแม้จะมีขอบเขตแคบ แต่ถ้าหากเราต้องการจะสร้างโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่สามารถแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ อย่างเท่าเทียมกับผู้เชี่ยวชาญ (expert) แล้ว จะ
มนุษย์ เราเมื่อพบกับปัญหาที่ไม่เคยพบมาก่อน หรือปัญหาที่มีลักษณะพิเศษ ส่วนใหญ่แล้วจะสามารถปรับตัวตอบสนองปัญหาเหล่านั้นได้ สาเหตุหลักที่ทำให้มนุษย์เรามีความสามารถเช่นนี้คงจะเป็นเพราะมนุษย์มีความ รู้พื้นฐานที่เกี่ยวข้องทั้งโดยตรงและทางอ้อมกับปัญหาเหล่านั้นอยู่ ในทำนองคล้ายกันถ้าหากจะสร้างโปรแกรมที่มีความยืดหยุ่นสามารถแก้ปัญหาที่ ยุ่งยากซับซ้อนได้ นอกจากโปรแกรมนั้นจะต้องประกอบด้วยอัลกอริธึมที่ดีและมีประสิทธิภาพแล้ว ยังจำเป็นจะต้องมี “ ความรู้ ” ด้วย “ ความรู้ ” นี้ใช้เป็นทั้งข้อมูลในการแก้ปัญหาและเป็นตัวชี้นำสำหรับอัลกอริธึมต่างๆ
ความรู้ในวิศวกรรมความรู้นั้น แตกต่างกับข้อมูลในจุดหลักสองประการ คือ
ประการ แรก ข้อมูลแสดงข่าวสาร (information) อย่างชัดแจ้ง ส่วนความรู้นั้นแสดงข่าวสารอย่างทั้งชัดแจ้งและซ่อนรูป ตัวอย่างเช่น ประโยค “ ทุเรียนลูกนี้หนัก 3 กิดลกรัม ” อันนี้เป็นข้อมูล เพราะว่าผู้ฟังสามารถรับรู้ข่าวสารได้อย่างชัดแจ้งและทันที แต่ประโยคที่ว่า “ ถ้าหากเป็นหวัด พยายามอย่าเปียกฝน ” นั้นไม่ได้บอกอะไรอย่างชัดเจนเลยว่า ทำอย่างไรจึงจะไม่เปียกฝน แน่นอนมนุษย์เรารู้ข่าวสารที่ซ่อนรูปอยู่ กล่าวคือ รู้ว่าทำอย่างไรจึงไม่เปียกฝน (เช่น อยู่แต่ในบ้าน หรือ ถ้าต้องออกไปข้างนอกต้องถือร่ม) แต่สำหรับคอมพิวเตอร์การบรรจุความรู้ง่ายๆ เช่นนี้ทำได้ไม่ง่ายปัญหาอยู่ที่ว่าจะบันทึกส่วนของความรู้ที่ซ่อนรูปอยู่ ได้อย่างไร
ประกาศที่สอง ความรู้แตกต่างจากข้อมูลตรงที่ว่าความรู้ส่วนใหญ่แสดงออกในรูปของภาษา ธรรมชาติ (natural language) เช่น ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ดังนั้นก่อนที่จะสามารถสร้างระบบคอมพิวเตอร์ที่บันทึกและประมวลผลความรู้ได้ จำเป็นจะต้องพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์ที่เข้าใจภาษาธรรมชาติได้ก่อน ปัญหานี้ไม่ใช่แก้ได้ง่ายๆ เพราะภาษาธรรมชาติมีลักษณะกำกวมอยู่มากซึ่งเป็นสิ่งที่คอมพิวเตอร์จัดการได้ ยาก
จากที่ได้กล่าวมาทั้งหมด จะเห็นได้ว่า “ ความรู้ ” ในวิศวกรรมความรู้นั้นไม่ใช่จะจัดการได้ง่ายๆ จำเป็นต้องมีการค้นคว้าพัฒนาวิธีการดีๆ ในวิศวกรรมความรู้หัวข้อการค้นคว้าที่เป็นหลักๆ ได้แก่
- การแสดงความรู้ (knowledge representation) : จะบันทึกความรู้อย่างไร
- วิธีการใช้ความรู้หรือกลไกการอนุนาม (inference mechanism) : จะผสมผสานความรู้แล้วใช้ให้บรรลุจุดประสงค์ได้อย่างไร
- การรับเอาและการจัดการความรู้ (knowledge acquisition and management) : ทำอย่างไรจึงจะทำให้ฐานความรู้สามารถเพิ่มพูนความรู้ได้โดยอัตโนมัติหรือ กึ่งอัตโนมัติ และจัดการฐานความรู้อย่างไรจึงจะไม่เกิดความขัดแย้งในระหว่างความรู้ที่อยู่ ในฐานความรู้ หรือความรู้ที่รับเข้ามาใหม่
- การติดต่อกับผู้ใช้ (user interface) : ทำอย่างไรจึงจะสร้างส่วนติดต่อกับผู้ใช้ที่ทำให้ผู้ใช้รู้สึกง่ายและยอมรับ ระบบ หัวข้อนี้รวมวิธีการประมวลผลกราฟิกและภาษาธรรมชาติด้วย
หัว ข้อค้นคว้าดังกล่าว โดยความเป็นจริงแล้วไม่ได้เป็นอิสระต่อกัน แต่มีความสัมพันธ์กันโดยเฉพาะอย่างยิ่งการแสดงความรู้นั้นมีความสัมพันธ์กับ หัวข้ออื่นอย่างลึกซึ่ง
- ตอนนี้กำลังเรียนคณะอะไร สาขาอะไรอยู่?
คณะวิศวกรรมศาสตร์ วิศวกรรมซอฟแวร์และความรู้
- สาขาที่เรียน เรียนยังไง เรียนอะไรบ้าง?
เน้นเรียนพวกซอฟแวร์เป็นหลัก เทคนิคหลักและวิธีอย่างละเอียด รวมไปถึงพวกการจัดการการพัฒนาซอฟแวร์ ตั้งแต่ขนาดเล็กไปถึงชนาดใหญ่ เช่น Object-Oriented Programming , Software specification and design, project management, Software process ไปจนพวกวิชาเศรษฐศาสตร์ซอฟแวร์(Software Economics)ก็ต้องเรียน ไปฟากวิศวกรรมความรู้ ก็เน้นเรียนพวกการจัดการความรู้ Knowledge management, Data warehouse, Artificial Intelligence, Machine learning, Knowledge discovery, Data Mining คิดว่าเป็นวิชาค่อนข้างใหม่หน่อย ตอนปี 1 ปี 2 ก็ต้องเรียนวิชาพื้นฐานปกติ พวกฟิสิกส์ เคมี คณิตศาสตร์ จะเห็นว่าสายนี้เน้นทางซอฟแวร์ แต่ทาง ฮาร์ดแวร์ ก็มีเรียนปูเป็นพื้นฐาน ด้วย พวก Operating system, Computer architecture , Data communication and computer network ประมาณนี้
ก็ จะเหมือนกับ เรียน ทั่วๆไป เหมือน computer engineering แต่ เหนื่องจาก ต้องเป็น
software engineer ก็เลยจะเรียนไป ทางด้าน กระบวนการ ทำงาน ของ software ต่างๆ
เพื่อให้ software นั้น มีประสิทธิภาพดีที่สุด และการบวนการผลิต software
และวิชาต่างๆ เช่น
- Software Specification and Design ( หารายละเอียด และ ออกแบบ software)
- Software Process and Quality Assurance( กระบวนการผลิด software และ การตัวสอบคุณภาพ)
- Software Validation and Verification (การประเมิน คุณภาพของโปรแกรม)
- Computer System Project Management (การจัดการระบบการทำงานของ group project)
- เป็นต้น
และ อะไรคือ knowledge engineering เริ่มจาก ดู รายวิชากันก่อน
- Artificial Intelligence ( วิธีการที่ทำให้ computer มันคิดเองได้คือ ทำให้มั ฉลาด)
- Decision Support Systems (การเอาข้อมูลที่มีมากมาย มาทำให้ เป็นระบบเพื่อช่วยในการตัดสินใจ)
- Machine Learning (เป็นวิชาที่ สอนเราว่า จะสอนcomputor อย่างไร)
- Knowledge Discovery (ตามชื่อ เลย เป็นการ หาความรู้ไหม่ๆ จาก ข้อมูลเก่าๆ)
- Knowledge Engineering( เป็น วิธีการทำวิจัย ใน รูปแบบของ Knowledge Engineering)
จาก รายวิชาของ ทางด้าน knowleadge engineering นั้นจะสังเกตุได้ว่า จะเป็น การ ทำให้
computor ฉลาด หรือ ไม่ก็ทำให้คอมพิวเตอร์มัน ช่วยเราตอบคำถาม บ้างอย่างได้ เป็นต้น
เนื่องจากเป็น software and knowledge engineering เลยมีคำถามมากมายว่า ต้องแบ่งสายไปอีกหรือเปล่า
คำตอบก็คือ ตามรุ่นที่ เรื่อนๆ ณ ตอนนี้ต้อง แบ่งครับ เป็น ไม่ software ก็ knowledge engineering ไปเลย
แต่ในรุ่นที่จะเข้าไหม่นี้ ได้ มีการ เปลี่ยนรูปแบบ ก้คือ เรียน มันที่ สอง สายไปเลย โดย ตัด วิชา พื้นฐานต่างๆ ทาง
ด้านวิศวะ ออก เพราะจะได้เจอวิชา ภาค ในตอนปีหนี่งเลย นั้น หมาย ความว่า เรียน ทั้งหนัก ทั้งยากแน่นอน...
- สาขาที่เรียนเอาไปใช้ทำอะไรได้บ้าง?
ก็ทำได้หลายอย่างเหมือนๆพวกสาย com eng, com sci ทั่วๆไป แต่ก็เน้นไปทางไปเขียนโปรแกรม พัฒนาโปรแกรมใหญ่ๆ บลา ๆ
และ เน้นไปในงานของการทำวิจัยก็มีเยอะ เหมาะสมกับการไปเรียนต่อ
สำหรับ software engineer นั้น ในประเทศไทยพึ่งเริ่มๆ มีการ นำกระบวนการ ผลิต software ต่างๆเข้ามาใช้ มา
ขึ้นเรื่อยๆ เพราะ บริษัท software โตขึ้นมากๆ และsoftware engineer ก็จำเป็นมากขึ้น
สำหรับ knowledge engineer นั้น ประเทศไทยยังไม่ค่อยรู้จักหรือ ไม่รู้จักเลย จะมีแต่บริษัท ใหญ่ๆเท่านั้น ที่ มี
knowledge engineer อย่างเช่น CP ซึ่งนำมาใช้ กับ 7-11 ที่จำนำข้อมูลว่า วิเคราหฺ์ว่า ว่างสินค้าไหนตรงไหน
แล้วคนจะชื้อเยอะ ขายอะไรตรงไหนจะขาย ดี จะสังเกตุได้ ว่า เวลาพนักงานที่ 7-11 กดคิดเงินเค้าจะกดอะไรเยอะ
แยะเลย นั้นคือเค้ากด ว่าคุณอายุเท่าไร เพศอะไรซื้ออะไรบ้างไป แล้วเอา ข้อมูลทั้งหมดไปวิเคารห์ออกมาเป็นกฏ ต่างๆ
อย่างเช่น ชื้อ โค้ก แล้วต้อง เลย์ สินค้าสองอย่างนี้ก็จะต้องวางคู่กัน ไรประมาณนี้
- บอกเคล็ดลับการเรียนในสาขานี้อย่างคนมีกึ๋นมา 1 ข้อ
ต้องฝึกทำการบ้านเอง ทำงานด้วยตัวเอง ไม่งั้นที่เรียนมาจะไม่เกิดประโยชน์
ก็ง่ายๆ เข้าเรียน ทุกคราบ จะฟังไม่ฟังอีกเรื่อง แต่ขอให้เข้าไป ผ่านๆ หู แล้วก็ ทำการบ้านให้ได้แค่นั้นครับ ส่วนเวลาที่เหลือ อยากทำไรก็ทำ
- อยากบอกน้องๆ ที่จะเลือกคณะนี้ว่า??
อย่าเรียนตามกระแส เรียนเพราะอยากเรียนจริงๆดีกว่า
ถ้าเลือกจะเรียนแล้ว สู้ๆให้ถึงที่สุด !
สำหรับน้องๆ ที่ชอบ คอมและ ไม่ต้องการไปเจอวิชา พื้นฐานเช่น วิชาเคมี หรืออะไรที่ คนชอบคอมมักจะไม่ชอบ ก็คิดถูกแล้วครับ
เพราะมันจะไม่เจอวิชา พวกนั้น
สำหรับน้องที่ ไม่เก่งคอมแต่ สนใจก็เข้าได้ ครับแล้ว น้องจะได้ รู้ ว่า computer หรือ software นั้น มันน่าสนุกมากๆ เหมือนได้รู้ ว่ามัน
ทำอะไรหลายๆ อย่างได้ มากกว่าที่น้องคิด และน้องจะได้เห็น ใน สิ่งมหัศจรรย์ที่ ว่า โลกเราเค้าคิดอะไรไปถึงไหนแล้ว มันมากกว่า
hi5 msn และ google สิงต่างๆ นั้นร่วนแต่มี ทฤษฎี ที่หน้าสนใจทั้งนั้น
ทั้งหมดนี้น้องๆจะได้รู้ใน software and knowledge engineering ที่ ม.เกษตร ครับ
Hall of Fame
ชนะการแข่งขัน Imagine Cup Thailand 2008
นาย ศรา สนธิศิริกฤตย์ นายรพี กมณฑลาภิเษก และนายศิริศิลป์ กองศิลป์ สามเยาวชนไทยทีม Snooze Monkey กับเหรียญทองแชมป์ Java Jive Regional Challenge 2008
กติกา:
1. copy กติกาของแท็กคนมีกึ๋นไปใส่ไว้ในเอ็นทรี่
2. ตั้งชื่อเอ็นทรี่เป็น "Tag เรียน....อย่างคนมีกึ๋น" <-- ใส่ชื่อคณะหรือเอกที่คุณเรียนลงไป
3. ตอบคำถาม 5 ข้อต่อไปนี้
- ตอนนี้กำลังเรียนคณะอะไร สาขาอะไรอยู่?
- สาขาที่เรียน เรียนยังไง เรียนอะไรบ้าง?
- สาขาที่เรียนเอาไปใช้ทำอะไรได้บ้าง?
- บอกเคล็ดลับการเรียนในสาขานี้อย่างคนมีกึ๋นมา 1 ข้อ
- อยากบอกน้องๆ ที่จะเลือกคณะนี้ว่า??
4. พิมพ์ชื่อ Tags ให้ไปอยู่ในหมวดหมู่ของคณะตัวเอง เช่น มนุษยศาสตร์ นิติศาสตร์ ฯลฯ
รวมถึงหมวดหมู่ Admission เพื่อให้น้องๆ ที่กำลังจะสอบเข้ามหาวิทยาลัย
ได้เข้าไปเลือกอ่านได้ตามความสนใจ จากนั้นอย่าลืม.. ส่ง tag ต่อ
ส่งต่อให้ทุกคนเลยครับ
Credit : Oom ,Mei , Oakuma
edit @ 2 Oct 2008 16:07:19 by เอส-เค-อี-สูน-สาม
edit @ 4 Oct 2008 02:25:07 by เอส-เค-อี-สูน-สาม

#1 By สโนไวท์กับเจ้าชายทั้งหก on 2008-10-02 16:56